Thamniap's profileWhiteHousePhotosBlogListsMore Tools Help

Thamniap Urankul

No list items have been added yet.

WhiteHouse

ที่พักของความฝัน
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Photo 1 of 5
September 12

สิ่งที่เราแบ่งปัน

ในภาพนั้นไฟกำลังโหมไหม้ กลุ่มควันล่องลอยขึ้นไปบนฟ้า
ผมจินตนาการถึงน้ำตาของเธอ

อีกครั้งที่โทรทัศน์ฉายภาพเหตุการณ์ตึกเวิล์ดเทรดถล่ม เมื่อคิดย้อนไปในวันนั้น
ผมอยู่ที่เชียงใหม่และจ้องมองทีวีด้วยสงสัยว่ามันเป็นภาพยนต์เรื่องใหม่ หรือเรื่องจริงกันแน่

แม้ภาพน้ำตานั้นจะเพียงแค่จินตนาการ แต่ความสูญเสียของเธอคือเรื่องจริง

ในวันนั้น ผมไม่มีน้ำตาสำหรับร่างที่กระโดดออกมาจากตึกก่อนมันจะถล่มลง
และในวันนี้ผมก็ไม่มีน้ำตาสำหรับภาพไฟที่เผาผลาญโรงงานของเธอ
แต่ความหมองหม่นที่ผมรู้สึกอยู่ มันอึดอัดยิ่งกว่า

หากการแบ่งปันน้ำตามาให้คนหลายๆคนร่วมร้องระบาย จะช่วยให้เวลาแห่งความโศกเศร้าของใครสักคนลดลงไปได้
ผมอยากเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสทำสิ่งนั้น
เพราะหลายๆเรื่องบนโลกนี้คนทั้งโลกควรร่วมหลั่งน้ำตา
เอาเฉพาะในประเทศเราเองที่มีคนตายในภาคใต้แทบทุกวัน
ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเราเก็บน้ำตาและเสียงหัวเราะไว้ให้แต่เรื่องของเราเท่านั้น
หรือว่าเราไม่รู้หนทางที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
ถ้าเป็นอย่างนั้น นี่อาจจะเป็นเรื่องเศร้าที่สุดของเราซึ่งสมควรร่วมร้องไห้กันทั้งประเทศ

หากความเศร้าส่งผ่านถึงกันได้ ผมก็อยากส่งความเข้มแข็ง และกำลังใจให้เธอบ้าง
แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีใครแบ่งความทุกข์นั้นไปจากเธอ

เราค่อยมาร้องไห้ด้วยกัน 

October 31

ข้อความจากอดีต

นักวิทยาศาสตร์บอกเราว่า ภาพที่เราเห็นเกิดจากการที่แสงเดินทางมาเข้าตา
ประสาทตาก็รายงานภาพไปที่สมอง
พูดให้ชัดก็คือ เหตุการณ์-ภาพที่เราเห็นนั้น จริงๆแล้วเรากำลังมองอดีตอยู่เสมอ

ด้วยความสามารถของมนุษย์ เราพยายามกันตลอดช่วงอารยธรรมของเราเพื่อจะบันทึกเวลาปัจจุบัน
เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ลืมสิ่งที่ผู้บันทึกคิดว่าสมควรแก่การจดจำ
เราใช้ภาษาสื่อสาร พระไตรปิฏกก็บันทึกด้วยการท่องมานาน(เพราะภาษาบาลีไม่มีตัวอักษร)กว่าจะถูกจารบนใบลาน
ศิลปินพยายามวาด แกะสลัก ปั้น หล่อ ลักษณะอันเป็นปัจจุบันของแบบ

จนกระทั่งมีการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพขึ้นมา
เราสามารถหยุดเวลาเอาได้เป็นครั้งแรก จากนั้นก็พัฒนามาเป็นกล้องวีดีโอ กล้องDVDฯลฯ
และแล้ว เวลาก็สามารถถูกย้อนฉายให้เราเห็นได้ในที่สุด
เหมือนกับว่าเหตุการณ์ต่างๆบังเกิดซ้ำขึ้นอีกครั้งบนจอกระจก
เพียงแต่ครั้งนี้คุณสามารถเลือกเจอแต่สิ่งที่คุณต้องการได้ด้วยรีโมทในมือ

น่าสงสัยว่า
ถ้าฟาโรห์มีกล้องถ่ายรูป ท่านจะบันทึกอะไรไว้ให้เรา
ความงดงามของพีระมิด หรือ บันทึกภาพของพระองค์ไว้แทนร่างมัมมี่
ถ้ากาลิเลโอถ่ายภาพดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯไว้เป็นหลักฐานว่า จักรวาลไม่ได้หมุนรอบโลก
เราจะไปเหยียบดวงจันทร์ได้ไวขึ้นรึเปล่า
ถ้าใครบันทึกภาพของศาสดาองค์ต่างๆไว้แล้วมีมาแสดงในวันนี้
โลกจะเปลี่ยนไปจากนี้บ้างไหม

สายตาที่มองย้อนเวลาของเรา พบโอกาสในการมองย้อนไปได้ไกลขึ้น
สมองของเราก็กลับมาตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคต
คนในอนาคตจะมองเห็นภาพอะไรเมื่อมองย้อนกลับมา
จะเข้าใจเราอย่างที่เราเป็นรึไม่

ในอีกมุมหนึ่ง
เราอยากให้คนในอนาคตเห็นอะไรกันแน่เมื่อมองย้อนมา
ความชาญฉลาดอย่างยิ่งในการเรียงอะตอมของธาตุซีนอน ที่มีขนาดไม่กี่นาโนเมตรให้เป็นคำว่า IBM
การถล่มประชาชนของอีกประเทศด้วยระเบิดนิวเคลียร์
โฆษณาเหยียดสีผิวของบรรดาครีม และยาทาจั๊กแร้ ฯลฯ
ถ้าทุกคนจำได้ เราต่างเป็นอดีตเมื่อถูกมอง
สิ่งที่เรากำลังทำก็คืออดีตที่จะประจานเราทันทีที่ภาพนั้นไปปรากฏบนสายตาของผู้ใด
โดยเฉพาะในยุคนี้ ยุคที่อดีตสามารถแพร่ภาพไปได้ทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่วินาที

เราอยากให้คนในอนาคตเห็นอะไรกันแน่เมื่อมองย้อนมา
เราอยากเห็นอะไรในตัวเราเมื่อมองย้อนมา

น่าเสียใจว่าใครๆต่างให้ความสำคัญกับอดีตที่เห็นเป็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
เราจะพบว่าหลายคนมีความพยายามทื่ซ่อนภาพอดีตไว้เสียมิดชิด
แล้วคิดว่าไม่มีใครมองเห็นก็เพียงพอแล้วที่จะหลบซ่อนตัวเองจากอดีตอันเลวร้าย
ทั้งที่จริงแล้ว อดีตไม่ได้ฉายชัดแต่บนภาพ เช่นเดียวกับรูปปั้นรูปหล่อต่างๆที่บันทึกอดีตได้
คำพูด ข้อความ และการกระทำของเรา ก็อาจบันทึกอดีตของเราไว้ในความทรงจำของใครต่อใครเช่นกัน
td.attachrow {font:normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif;color:#000000;border-color:#000000;} td.attachheader {font:normal 11px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif;color:#000000;border-color:#000000;background-color:#f9eeff;} table.attachtable {font:normal 12px Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif;color:#000000;border-color:#000000;border-collapse:collapse;}
September 25

วันที่โลกหมุนช้าๆ

สี่ทุ่มครึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายความเงียบของห้องโดยสาร
ต้นสายคือเจ้าของเสียงที่ผมปรารถนาอยากได้ยินมาตลอด 3 เดือน
เรื่องที่ผมได้ยินจากเธอ เป็นเรื่องที่หากผมประกาศออกไปคงทำให้ทุกคนบนรถทัวร์ไม่ได้นอนตลอดเส้นทางคืนนั้น
แต่ผมอยากหลับ หลับให้ผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปให้ไวไว

10 โมงกว่าแล้ว แต่ร้านค้าในสยามดิสฯยังเปิดไม่หมด
บางร้านปิดป้ายว่าหยุดทำการ รวมถึงร้านเป้าหมายของผมด้วย โปรแกรมวันนี้จึงลดลงไปหนึ่งอย่าง
ผมเดินผ่านหน้าทหารสองสามนายที่ยืนอยู่ข้างทางเท้า ข้ามถนนมาโรงหนังสกาล่า ซื้อตั๋วรอบเที่ยงแล้วเดินเข้าโรงหนังทันที

ในโรงมีคนอยู่ 6 คน สองคนสวมเสื้อนอกสีเหลืองบ่งบอกว่าเป็นคนเก็บตั๋ว
หลังจากงีบหลับไปชั่วครู่ หนังก็เริ่มฉาย
ผมจำชื่อของชายผู้นั้นได้ คนที่เกือบจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ทำให้อดนึกถึงไม่ได้ว่าใครจะเป็นนายกฯคนต่อไป
แต่ความคิดนั้นก็อยู่ไม่นาน เมื่อภาพที่ฉายตรงหน้าลากผมเข้าสู่อีกห้วงมิติๆที่การรัฐประหารเป็นเพียงวาบแสงของหิ่งห้อยในจักรวาล

เย็นวันถัดมาผมนั่งขดอยู่ท้ายรถตู้ มุ่งหน้าสู่ภูสอยดาว
คืนนั้นไม่มีเสียงโทรศัพท์ มีเพียงเสียงกรนเบาๆของเพื่อนร่วมทางที่กล่อมผมจนเคลิ้มไป

กว่า 6ชั่วโมงที่ค่อยๆก้าวเท้าทีละก้าวขึ้นสู่ลานสน
เป็นระยะเวลาที่ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่สักหน่อย
แต่เมื่อคิดว่าร่างกายผมไม่ได้ทำงานหนักขนาดนี้มาเกือบ 5 ปี ผมก็นึกขอบใจมันอยู่ไม่น้อย
และคืนนั้นผมก็หลับลงอีกครั้งท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีรุ้ง และแสงดาวนับไม่ถ้วน
ตอนนั้น ผมอยากจะโทรศัพท์บอกใครสักคนเล่าให้ฟังถึงสื่งที่ผมมองเห็นอยู่ตรงหน้า
ผมรู้สึกราวกับว่าความมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ถ้าเธอได้มาอยู่ตรงนั้นกับผม
ถ้าอดีตนายกฯได้มาเห็นทุ่งดอกไม้พวกนี้
ถ้านักการเมืองทั้งโลกได้มานอนท่ามกลางดวงดาวเหล่านี้

บางวันผมรู้สึกว่าโลกมันหมุนเร็วเกินไป
จนกระทั่งเราไม่อาจเหลือเวลาค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ทั้งที่บางทีมันก็ล่องลอยอยู่เบื้องหน้า
ภาพผีเสื้อที่ถ่ายมาจากภูสอยดาว หลายตัวในนั้นเคยบินอยู่ในสวนหน้าบ้าน
แต่ผมไม่เคยแม้แต่จะหยุดดู

หนึ่งวันที่ประเทศเราหยุดหายใจไปชั่วขณะ ทุกคนหวังว่าจะเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีๆ
แต่ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น
แม้แต่ในวินาทีนี้ ชั้นบรรยากาศก็ยังบางลงเรื่อยๆ
โลกกำลังร้อนขึ้น และร้อนขึ้น
จริงๆมันกำลังอ่อนระโหยโรยแรง และได้ส่งเสียงร้องบอกเรามาหลายครั้งแล้ว
สิ่งดีๆไม่เคยเกิดขึ้นจากการเอาแต่เฝ้ารอ

ผมกำลังกดเบอร์โทรศัพท์หาเธอ
และขอให้ทุกคนมีวันที่โลกหมุนช้าๆบ้าง
September 11

แจกันดอกไม้ใบแรกของเธอ

วันนี้เธอถามผมเรื่องดอกไม้

เธออยากมีแจกันดอกไม้สวยๆ

แต่เธอไม่เคยจัดแจกัน จึงได้มาปรึกษา

เธอบอกผมว่า

อยากได้แจกันดอกไม้ที่สวยได้นานๆ

ผมบอกเธอว่าขึ้นอยู่กับดอกไม้

บางพันธุ์ก็บานทน บางพันธุ์ชั่วแวบเดียวก็โรยรา

เธอต้องรู้จักเลือกให้ดี

 

เธอสงสัยว่าจะมีวิธีรักษาอย่างไรให้มันอยู่ได้นาน

ผมบอกว่าต้องคอยดูแล เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

คอยตัดก้าน เอาส่วนที่เน่าออก

ถ้าทำทุกวันก็จะอยู่ได้นานขึ้น

 

เธอกลัวว่ามันจะเหี่ยวเฉา

ผมบอกเธอว่าสักวันมันต้องเหี่ยวเฉา

เธอไม่อยากให้มันเหี่ยวเฉา

เธอต้องไม่ตัดมันมา และปล่อยมันไว้บนต้นต่อไป

ผมบอกเธอไปอย่างนั้น

...

แต่มันก็ยังจะเหี่ยวเฉาอยู่ดี ในวันหนึ่ง

เราทั้งคู่รู้เรื่องนั้นดี

 

เธอถามว่า เธอควรทำอย่างไร

เธออยากมีแจกันดอกไม้

แต่ไม่อยากให้มันร่วงโรยจากไป

 

ผมจึงบอกเธอว่า

ถ้าเธอดูแลมันอย่างดีแล้ว

มันจะอยู่กับเธอแสนนาน

จนกว่าจะถึงเวลาของมัน

ช่วงเวลาที่เธอดูแลดอกไม้

และดอกไม้ให้ความสุขแก่เธอ

คือสิ่งที่ไม่อาจเหี่ยวเฉาไป

 

และแจกันดอกไม้ของเธอครั้งต่อไป

ผมเชื่อว่า

เธอจะรู้วิธีดูแลมัน

ให้งดงามนานกว่าเดิม

September 02

พระอาทิตย์ไม่บอกรักพระจันทร์

พระอาทิตย์ไม่บอกรักพระจันทร์

เมื่อแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ราตรีก็เข้ามาแทนที่
ไร้เส้นแบ่งอันแน่นอน ผสานเป็นหนึ่งเดียว วนเวียนหมุนเปลี่ยนไปมา
นานนับล้านปี
แต่ดวงอาทิตย์ไม่เคยบอกรักพระจันทร์
ไม่มีกลางวันที่มีพระจันทร์ เช่นเดียวกับกลางคืนที่ไม่มี
พระอาทิตย์ แต่ใครช่างเอ่ยเปรียบเปรยว่า พระอาทิตย์คู่พระจันทร์
พระอาทิตย์ไม่เคยพบพระจันทร์ เพียงได้ยินเหล่าสัตว์โลก
เอ่ยชมในความงาม ก็หลงใหลผู้เลอโฉมแห่งราตรี ผู้ทำให้ราตรีที่มืดมิด
กลับสว่างไสว
พระจันทร์เฝ้าแต่รอคอย สักวันจะเคียงคู่ดวงดาวอันแจ่มแสง
ผู้ประกาศรังสีอันงดงาม แก่เธอและโลก
แต่ก็เหมือนมีราตรีและกลางวันกั้นขวาง โลกก็แยกทั้งคู่ห่าง
มิอาจพบกันได้
พระอาทิตย์จึงฝากคำรักไปพร้อมโลก
ในชีวิตแห่งหมู่ไม้จึงบังเกิดประกายสีเขียว ท้องฟ้าฉาบฉายด้วย
ประกายสีเดียวกับน้ำทะเล และเกิดเป็นไออุ่นให้เหล่าสรรพสัตว์บนผืนโลก
พระจันทร์ก็ตอบรับความรู้สึกนั้น โดยปลอบโยนดูแลเหล่าชีวิต
ทั้งหลายเหล่านั้นในยามค่ำคืน
โลก ระยะทางไม่ได้กีดกั้นทั้งคู่ แต่เป็นสิ่งพิสูจน์รักของทั้งสอง
กลางวันและราตรีมิได้แยกให้ทั้งสองแตกต่าง แต่ผสานทั้งคู่ให้เป็นหนึ่ง
และเชิดชูความรักของทั้งคู่ให้ประจักษ์ต่อหมู่มวลชีวิตในโลก
พระอาทิตย์ไม่บอกรักพระจันทร์
เพราะความรักบางครั้งก็บอกเป็นถ้อยคำไม่ได้
เราจึงต้องคอยเอาใจใส่กันและกันให้ดี
เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสสัมผัสรักอันไร้ถ้อยคำ
August 18

วิธีที่เราเติบโต

เมล็ดไม่เคยออกดอก
ยังเติบใหญ่ผลิช่อออกผล
เพียงแค่เริ่มผลิใบ
 
ทารกจะหัดเดิน
ยังต้องเริ่มจากคลานด้วยมือ
เฝ้ารอกำลังขา
 
หนทางคงไม่ไกล
หากวันนี้เธอเริ่มก้าวเดิน
แม้ยังไร้จุดหมาย
 
ยามที่เธอเหลียวหลัง
เส้นทางคดเคี้ยวที่เคยผ่าน
ล้วนคือ กิ่ง ราก ใบ
July 01

ดวงอาทิตย์กับดอกไม้

หากใครบอกเธอว่า
ดอกไม้บานเพราะดวงอาทิตย์
อย่าพึ่งรีบเชื่อ
 
ฉันเคยได้ยินว่า
ตอนกลางคืน
ดวงอาทิตย์กำลังไปตามหาดอกไม้
ที่เบ่งบานอยู่อีกฟากหนึ่งของโลก
 
No list items have been added yet.